พรุ่งนี้ของเชส ฟาเบรกาสMay 12, 2017May 12, 2017admin

เชส ฟาเบรกาส เพิ่งจะโชว์ฟอร์มขั้นเพอร์เฟกต์นัดหมายเชือด ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ทั้งการยิงประตูชัย และการเป็นผู้นำกองทัพในดินแดนกลาง
แบบอย่างการเล่นดูแล้วเพลินตา เนียนทุกกระบวนท่า ทำให้มีคำถามตามมาว่า ฟาเบรกาส ควรเป็นตัวจริงหรือยัง?
ว่ากันถึงประสิทธิภาพ ฟาเบรกาส ไม่ควรควรจะเป็นสำรองอยู่แล้ว มีความเป็นเพลย์เมกเกอร์เต็มเปี่ยม ก็แค่สไตล์การเล่นมองไม่เข้าแท็กติก อันโตนิโอ คอนเต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการช่วยเกมรับ
ตอนที่เล่นแท็กติก 4-1-4-1 คอนเต้ วางหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรับมีหน้าที่วิ่งตัดเกม (เอ็นโกโล่ ก็องเต้) ส่วนอีก 2 คน เป็นแนวครบเครื่อง รุกดี รับได้ วิ่งไม่หมด หรือที่เรียกกันคุ้นเคยว่ากองกลางสไตล์ "บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์" (ออสการ์ และ เนมานย่า มาว่ากล่าวช)
ฟาเบรกาส มิได้เป็นทั้งนักฟุตบอลที่เกมรับดี และไม่ได้วิ่งอัดเต็มสตรีม ทำให้ไม่มีตำแหน่งในแท็กติกนี้ อีกทั้งเมื่อทีมเปลี่ยนแปลงมาใช้ 3-4-3 ยิ่งไปกันใหญ่
ตอนที่เล่น 4-1-4-1 อย่างห่วยแตกคือได้ลงเป็นตัวสำรองคนแรก แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงแผน คอนเต้ มักให้โอกาส เนธาเนียล ชาโลบาห์ มากยิ่งกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากเล่นเกมรับได้ ช่วงท้ายเกมเหมาะเอาลงมาช่วยอัดแผงมิดฟิลด์
ฟาเบรกาส จะได้ลงก็เมื่อมีคนบาดเจ็บ หรือทีมเริ่มสร้างช่องทางทำแต้มมิได้ จะต้องเปลี่ยนแปลงเอามิดฟิลด์ที่มีหัวเรื่องเกมบุกลงมาผ่านบอลสร้างช่องทาง
ไม่ว่า ฟาเบรกาส จะโชว์ฟอร์มดีแค่ไหน ได้แก่ลงมาแอสซิสต์ให้ ดีเอโก้ คอสต้า นัดพบ วัตฟอร์ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เมื่อสถานการณ์กลับกลายเป็นแบบเดิม ไม่มีคนเจ็บ ไม่มีคนเจ็บไข้ ฟาเบรกาส มักจะต้องกลับไปเริ่มที่ผู้เล่นสำรองทุกคราว
อย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งที่น่าสนใจคือนัดพบ ซันเดอร์แลนด์ ถือเป็นหนแรกที่ ฟาเบรกาส ได้ลงไปในสนามโดยไม่ต้องรอคอยให้มีผู้ใดกันเจ็บหรือฟอร์มตก เป็นแมตช์ที่สัมผัสได้ว่า คอนเต้ เชื่อถือในฝีเท้าผู้นำกองทัพชาวสแปนิช
ผมเห็นว่า คอนเต้ น่าจะอ่านแบบอย่างการเล่น ซันเดอร์แลนด์ มาแบบหมดเปลือก ทีมแมวดำมิได้เน้นเกมเพรสซิ่งเท่าไหร่ เห็นได้จากสถิติการวิ่งที่อยู่ชั้น 16 ของลีก รวมทั้งในช่วงหลัง เชลซี เริ่มมีปัญหาเวลาเจอทีมที่เน้นเกมรับ จะต้องเพิ่มมิดฟิลด์สร้างสรรค์เกม โดยเหตุนั้น ฟาเบรกาส มองเป็นตัวเลือกที่สมควรเวลาเจอทีมที่ เชลซี จะต้องบุกแบบวันเวย์
สถิติไม่เคยพูดปดผู้ใดกัน นัดหมายไหนที่ เชลซี เหนือชั้นกว่าหลายเท่า และจะต้องครอบครองบอลนวดคู่แข่งขัน ฟาเบรกาส มักเล่นได้น่าพอใจเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนัดหมายที่พบ ซันเดอร์แลนด์ เรียกได้เต็มปากว่าขั้นเทวดา ผ่านบอลมากสุดในเกมที่ 117 ครั้ง แถมเข้าเป้าถึง 85.5 เปอร์เซ็นต์
มากไปกว่านั้น ฟาเบรกาส มิได้ผ่านบอลกระจอกงอกง่อยทั่วไป เนื่องจากเป็นการผ่านบอลขึ้นหน้า 79 ครั้ง (มากสุดในเกม) และผ่านบอลเพื่อสร้างช่องทางทำแต้ม 5 ครั้ง (มากสุดในเกม)
ฟาเบรกาส เป็นเหมือนศูนย์กลางของทีม เว้นแต่จะผ่านบอลมากสุดแล้ว ยังเป็นนักฟุตบอลที่เพื่อนฝูงร่วมทีมผ่านบอลให้มากสุดด้วยที่ 108 ครั้ง ไม่มีคำนิยามใดที่ดีไปกว่าคำว่า "โคตรเพลย์เมกเกอร์"
ลองมองสถิติเกมอื่นมองบ้าง นัดหมายที่พบ เวสต์บรอมวิช ได้เล่นเนื่องจากทีมอยากเกมบุกเหมือนกัน ปรากฏว่าอยู่ในสนามเพียง 16 นาที ผ่านบอลไป 21 ครั้ง โดยไม่มีการผ่านคืนหลังแม้แต่ทีเดียว ส่วนตอนต้นฤดูที่พบ วัตฟอร์ด ลงเล่น 12 นาที ผ่านบอลล่อไป 20 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ของแบบงี้ถ้าหากจะเทียบเคียงสถิติ จะต้องเอาแบบเป็นกลาง เลยเอาเกมที่ เชลซี มิได้เน้นเกมบุกมองบ้าง

เห็นได้ชัดสุดคือตอนพบ แมนฯ ซิตี้ เล่นครบ 90 นาที แต่ผ่านบอลทั้งเกมเพียง 50 ครั้ง ซึ่งต้นเหตุไม่ใช่เรื่องอื่นไกล ลูกทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า เน้นเพรสซิ่งหนัก เป็นทีมที่วิ่งมากสุดชั้น 2 ซีซั่นนี้
แมตช์ที่พบ อาร์เซน่อล เหมือนกัน เล่นไป 55 นาที ผ่านบอล 40 ครั้ง แถมช่วยเกมรับได้น้อยมาก สถิติออกมาว่า 1 แท็กเกิล 1 อินเตอร์เซปต์
พิเคราะห์จากพื้นฐาน ดูท่า ฟาเบรกาส อาจมีหน้าที่มากสุดคือนักฟุตบอลพลิกเกม เนื่องจากในเมื่อยังช่วยเกมรับได้น้อย อาจเป็นได้ยากที่จะเบียด ก็องเต้ และ มาว่ากล่าวช ที่เล่นได้ดุดัน ครบเครื่อง แถมกรณีของ มาว่ากล่าวช ยังผ่านบอลดีไม่ดีเหมือนปกติด้วย ฤดูนี้แอสซิสต์ไป 6 ครั้ง
อย่างไรก็แล้วแต่ ใช่ว่า ฟาเบรกาส จะไม่มีช่องทางแย่งตัวจริง ถ้ามองจากสถานการณ์ของ เชลซี ที่ฟอร์มดีชนะ 10 นัดหมายรวด
เชลซี เดี๋ยวนี้คือทีมที่อยู่ในสภาพเดียวกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่ถ้าเจอทีมอ่อนชั้นกว่า มักเจอสถานการณ์รถบัส จะต้องให้ความใส่ใจเรื่องหาทางเจาะกำแพงเหล็กเป็นพิเศษ
3-4-3 คือแนวทางเล่นที่ดีเกินคาด และไม่แปลกใจที่หลายทีมพยายามหาทางยับยั้ง บ้างก็ใช้เพชรตัดเพชร เอาแท็กติกเดียวกนมาสู้ ไม่ก็เน้นเกมรับสุดกู่ไปเลย
พินิจพิจารณาจากโปรแกรมอีกยาวไกล 22 นัดหมาย เชลซี เหลือโปรแกรมที่เข้าขั้นเกมหนักราว 7 นัดหมาย ส่วนที่เหลือต่อจากนั้น 15 นัดหมาย มีความเป็นไปได้ว่า ฟาเบรกาส อาจได้รับช่องทางลงมาบัญชาการเกมเหมือนแมตช์พบ ซันเดอร์แลนด์
ไม่ว่าเช่นไร ฟาเบรกาส ยังมีสาระต่อทีม รวมทั้งเจ้าตัวยังเชื่อมั่นเรื่องหน้าที่ตัวเองด้วย ข้างหลังให้สัมภาษณ์ว่าอยากอยู่ทีมต่อไป และเริ่มคุ้นเคยแท็กติก 3-4-3 มากเพิ่มขึ้น (เล่นตัวจริงไปแล้ว 2 นัดหมาย)
จุดนี้จะต้องชื่นชมความเป็นมืออาชีพของ ฟาเบรกาส แม้จะโดนดร็อปเป็นสำรอง แต่บ่อยครั้งที่ได้รับช่องทางมักทำเป็นดี แถมบทสัมภาษณ์มองเป็นผู้แสดงนำชายตลอด ไม่เคยต่อว่าทีม ไม่เคยพูดถึงคอนเต้
ฟาเบรกาส มีสิทธิ์ที่จะย้ายทีมตั้งแต่ตอนซัมเมอร์ ภายหลังทีมมิได้โควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในที่สุดเลือกอยู่กับทีมต่อไป หัวข้อนี้น่าจะพอยืนยันได้ว่าผู้นำกองทัพสแปนิชอาจไม่ยอมแพ้ง่ายเกินเหตุ
ใจความสำคัญที่น่าสนใจตามมาคือเมื่อเจอทีมที่เน้นเกมรับ คอนเต้ จะเลือกคู่มิดฟิลด์ตัวจริงเป็นผู้ใดกัน?
นัดหมายล่าสุดใช้ ก็องเต้ เพื่อคุณประโยชน์ประเด็นการวิ่งตามบอล เบรกเกมคู่แข่งขันก่อนหลุดไปถึง 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟ อีกทั้งยังทำผลงานได้เพอร์เฟกต์ สกัดบอลสำเร็จ 5 ครั้ง และตัดบอลได้ 2 ครั้ง
มาว่ากล่าวช เองก็เล่นได้ดิบได้ดี นอกจากแอสซิสต์ 6 ครั้ง และเกมรับที่เด่นโดยธรรมชาติ มาว่ากล่าวช ยังมีรูปร่างสูงใหญ่Fun88ช่วยลูกกลางอากาศได้ ซึ่งถ้าทีมเลือกใช้ตัวจริงเป็น ก็องเต้ ที่สูง 169 เซนติเมตร และ ฟาเบรกาส 175 เซนติเมตร อาจประสบพบปัญหาเวลาคู่แข่งขันเน้นบอลโยน หรือเข้าเกมหนัก
ในทางกลับกัน ถ้ากลายเป็น มาว่ากล่าวช ที่เป็นตัวจริงคู่ ฟาเบรกาส เหมือนตอนได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ปีกลาย ดินแดนกลาง เชลซี จะมีแต่มิดฟิลด์ที่อ้อยอิ่ง ง่ายต่อการโดนสวนกลับเมื่อเล่น 3-4-3
ยิ่งคิดยิ่งปวดศีรษะ คอนเต้ เองก็อาจคิดมากเหมือนกัน หรือถ้ายอมเสี่ยงด้วยการเปลี่ยนมาเล่น 3-5-2 เพื่อเพิ่มตำแหน่งมิดฟิลด์ อาจทำให้เกมขอบเส้นดร็อปลงด้วย